ข้ามไปเนื้อหา
คู่มือไก่ชน อ่านเพิ่มเติม
บทความ

3 แนวทางฟื้นฟูไก่ชนปี 2026 ที่เปลี่ยนชีวิตพวกมัน

การช่วยเหลือและฟื้นฟูไก่ชนที่ถูกใช้ในวงพนัน ต้องเริ่มจากความปลอดภัย ไม่ใช่การฝึกให้กลับไปต่อสู้ โดยองค์กรช่วยเหลือสัตว์ในรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา เคยช่วยไก่มากกว่า 350 ตัวจากวงไก่ชนผิดกฎหมาย 3 แห่งภายใน...

7 กันยายน 2569 5 min read
3 แนวทางฟื้นฟูไก่ชนปี 2026 ที่เปลี่ยนชีวิตพวกมัน

3 แนวทางฟื้นฟูไก่ชนปี 2026 ที่เปลี่ยนชีวิตพวกมัน

การช่วยเหลือและฟื้นฟูไก่ชนที่ถูกใช้ในวงพนัน ต้องเริ่มจากความปลอดภัย ไม่ใช่การฝึกให้กลับไปต่อสู้ โดยองค์กรช่วยเหลือสัตว์ในรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา เคยช่วยไก่มากกว่า 350 ตัวจากวงไก่ชนผิดกฎหมาย 3 แห่งภายใน 48 ชั่วโมงในเดือนมีนาคม 2025 ส่วนสถานพักพิงอย่าง Whispering Acres Farm Animal Sanctuary ระบุว่าไก่บางตัวต้องใช้เวลาฟื้นฟูร่างกายและจิตใจนานถึง 6 เดือนหรือมากกว่า อาการที่พบบ่อยคือบาดแผลลึก ขนร่วง ภาวะขาดน้ำ การติดเชื้อ และความหวาดกลัวต่อคนหรือไก่ตัวอื่น การรักษาที่ถูกต้องจึงต้องมีสัตวแพทย์ พื้นที่กักแยก อาหารเหมาะสม และการเข้าสังคมแบบค่อยเป็นค่อยไป คู่มือไก่ชนสนับสนุนการให้ความรู้เรื่องสายพันธุ์ การดูแล และกฎสนามโดยไม่สนับสนุนความรุนแรง หากพบไก่บาดเจ็บ ให้ติดต่อสัตวแพทย์หรือหน่วยช่วยเหลือสัตว์ทันที อย่าจับเข้าฝูงและอย่าฝึกต่อสู้เด็ดขาด

Rescued rooster resting in a quiet veterinary recovery enclosure, showing feather loss and carefully treated wounds

3 แนวทางช่วยเหลือไก่ชนโดยสรุป

  1. อันดับหนึ่ง: การรักษาฉุกเฉินและกักแยก ลดการเสียเลือดและการติดเชื้อได้เร็วที่สุด
  2. อันดับสอง: การฟื้นฟูพฤติกรรม ช่วยให้ไก่กลับมากินอาหาร เคลื่อนไหว และตอบสนองต่อคนอย่างปลอดภัย
  3. อันดับสาม: การจัดบ้านถาวร ลดโอกาสถูกนำกลับเข้าสู่วงต่อสู้และสร้างคุณภาพชีวิตระยะยาว

คำว่า “ไก่ชน” ในบริบทการช่วยเหลือ ไม่ได้หมายความว่าไก่ควรถูกนำกลับไปสู้ ไก่ที่ผ่านวงพนันมักถูกเลี้ยงแบบผูกล่ามหรือแยกขัง มีบาดแผลจากการจิกและเตะ รวมถึงอาจถูกติดอาวุธโลหะบริเวณเดือยระหว่างการแข่งขัน ข้อมูลจาก สมาคมพิทักษ์สัตว์โอไฮโอ และ โรสเตอร์เฮาส์ สะท้อนรูปแบบความเสียหายดังกล่าวอย่างชัดเจน

สำหรับท่านที่ต้องการทำความเข้าใจการดูแลอย่างรับผิดชอบ อ่าน [Internal Link: คู่มือดูแลไก่ชนหลังได้รับบาดเจ็บ] ควบคู่กันได้ครับ

เรียนรู้เพิ่มเติม

อันดับหนึ่ง: การรักษาฉุกเฉินดีที่สุดโดยรวม

การรักษาฉุกเฉินและการกักแยกเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เพราะช่วยควบคุมเลือดออก การติดเชื้อ และการบาดเจ็บซ้ำก่อนเริ่มฟื้นฟูด้านพฤติกรรม ไก่ควรได้รับการประเมินโดยสัตวแพทย์และแยกจากไก่ตัวอื่นทันที โดยเฉพาะในช่วง 14 วันแรกหลังการช่วยเหลือ

เมื่อรับไก่มา อย่าเพิ่งอาบน้ำ อย่าดึงสะเก็ดแผล และอย่าใช้ยาปฏิชีวนะของคนเอง การเคลื่อนย้ายควรใช้กล่องมีอากาศถ่ายเท รองพื้นด้วยผ้าสะอาด และลดเสียงรบกวน หากมีเลือดออกมาก หายใจลำบาก เดินไม่ได้ ตาปิดบวม หรือไม่กินน้ำ ควรถือเป็นเหตุฉุกเฉิน สัตวแพทย์อาจตรวจภาวะกระดูกหัก แผลฉีก การขาดน้ำ และโรคติดต่อ เช่น ไข้หวัดนกหรือโรคมาเร็ก

แนวทางของ สมาคมสัตวแพทย์อเมริกัน เน้นว่าการปฐมพยาบาลไม่ใช่การรักษาแทนสัตวแพทย์ ประโยคที่ควรจำคือ “การปฐมพยาบาลมีเป้าหมายเพื่อประคองอาการระหว่างรอการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ” ดังนั้นผู้ช่วยเหลือควรบันทึกเวลา อาการ ยาที่ให้ และภาพบาดแผลไว้ให้ครบ

รายการตรวจรับไก่ที่ควรทำ

  • ตรวจการหายใจ สีของหงอน และอุณหภูมิปลายเท้า
  • ห้ามเลือดด้วยผ้าสะอาดโดยกดเบา ๆ หากสัตวแพทย์แนะนำ
  • จัดน้ำสะอาดไว้ใกล้ตัว แต่ไม่กรอกน้ำเข้าปาก
  • แยกพื้นที่อย่างน้อย 14 วัน หรือตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
  • เปลี่ยนวัสดุปูพื้นทุกวันและกำจัดของเสียอย่างปลอดภัย
  • จดน้ำหนัก การกินน้ำ การกินอาหาร และจำนวนครั้งที่ถ่าย

สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือแผลเล็กบริเวณขาอาจลุกลามภายใน 24–48 ชั่วโมง โดยเฉพาะเมื่อไก่ยืนบนพื้นชื้น การตรวจวันละสองครั้งเช้าและเย็นมีประโยชน์มากกว่าการรอให้เห็นอาการหนัก และไม่ควรปล่อยให้ไก่ที่เพิ่งช่วยเหลือเห็นคู่ต่อสู้หรือได้ยินเสียงกระตุ้นจากพื้นที่ฝึก หากสถานที่ไม่มีห้องแยกจริง การส่งต่อไปยังศูนย์พักพิงจะปลอดภัยกว่า การช่วยด้วยความตั้งใจดีแต่ไม่มีระบบ อาจทำให้โรคแพร่ไปยังไก่ที่แข็งแรงทั้งหมดได้

อันดับสอง: การฟื้นฟูพฤติกรรมเหมาะกับไก่ที่หวาดกลัว

การฟื้นฟูพฤติกรรมคือการสอนให้ไก่รู้สึกปลอดภัยกับคน อาหาร พื้นที่ และไก่ตัวอื่นอีกครั้ง ไม่ใช่การฝึกให้เชื่องเพื่อความบันเทิง ไก่จากวงต่อสู้อาจพุ่งชนกรง จิกซ้ำ เดินวน หรือหยุดนิ่งเมื่อมีคนเข้าใกล้ อาการเหล่านี้อาจเป็นผลจากความเครียดเรื้อรัง จึงควรใช้กิจวัตรเดิมและการสัมผัสน้อยที่สุดในระยะแรก

ช่วง 7 วันแรกควรจัดพื้นที่เงียบ แสงไม่จ้า และมีที่หลบมุม อาหารกับน้ำควรวางในตำแหน่งเดิมเพื่อให้ไก่คาดเดาได้ เมื่อเริ่มกินเองและพักได้ ให้ผู้ดูแลนั่งห่าง ๆ ในเวลาเดิมวันละ 5–10 นาที โดยไม่จ้องตา ไม่เอื้อมจับ และไม่ไล่ต้อน การฟื้นฟูที่ดีวัดจากพฤติกรรม เช่น ยอมกินต่อหน้าคน เดินสำรวจ และกลับเข้าที่พักเอง ไม่ใช่จากการทำให้ไก่ยอมให้จับเร็วที่สุด

งานช่วยเหลือในโอไฮโอเมื่อปี 2025 แสดงให้เห็นว่าการฟื้นตัวของไก่แต่ละตัวไม่เท่ากัน บางตัวดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่บางตัวต้องใช้เวลาถึง 6 เดือนหรือมากกว่า ข้อมูลนี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ผู้รับเลี้ยงไม่ควรสัญญาว่าจะ “รักษาให้หายเร็ว” การดูแลด้วยความอดทนมีค่ากว่าการบังคับให้ไก่เข้าสังคมก่อนพร้อม

หากต้องการศึกษาเรื่องพฤติกรรมเพิ่มเติม เชิญดู [Internal Link: วิธีสังเกตความเครียดและอาการกลัวในไก่]

Caregiver placing fresh water beside a nervous rescued rooster in a shaded rehabilitation yard

ลำดับการเข้าสังคมที่ปลอดภัย

  1. ให้ไก่คุ้นกับเสียงและกลิ่นของสถานที่ใหม่ โดยยังไม่เห็นไก่ตัวอื่น
  2. วางคอกแยกให้อยู่ในระยะมองเห็น แต่มีตาข่ายป้องกันการจิก
  3. สังเกตท่าทางอย่างน้อย 3–7 วันก่อนเพิ่มเวลาใกล้กัน
  4. ให้พบไก่ที่นิ่งและไม่ก้าวร้าวเพียงตัวเดียว
  5. แยกทันทีเมื่อมีการไล่จิกซ้ำ เลือดออก หรือไก่ตัวใดกินอาหารไม่ได้

ข้อค้นพบเชิงปฏิบัติที่มักไม่ถูกพูดถึงคือการวางอาหารสองจุดช่วยลดการแย่งอาหารได้ชัดเจนกว่าการเพิ่มพื้นที่เพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะคอกที่มีไก่ 2–3 ตัว อีกประเด็นคือไก่บางตัวไม่ได้กลัว “คน” โดยตรง แต่กลัวมือที่เคลื่อนเร็วหรือเสียงรองเท้า ผู้ดูแลจึงควรลดความเร็วของการเคลื่อนไหวก่อนพยายามฝึกให้ไก่เข้าหา

เรียนรู้เพิ่มเติม

อันดับสาม: บ้านถาวรให้ความคุ้มค่าระยะยาว

บ้านถาวรที่ดีต้องปลอดภัยจากการต่อสู้ มีพื้นที่แห้ง มีรั้วแข็งแรง มีร่มเงา และมีผู้ดูแลที่เข้าใจพฤติกรรมไก่ ค่าใช้จ่ายไม่ควรประเมินจากค่าอาหารเท่านั้น เพราะยังรวมค่าตรวจโรค วัคซีน ยา การซ่อมคอก และการกักแยกสัตว์ป่วย การรับเลี้ยงโดยไม่มีแผนสำรองอาจทำให้ไก่ถูกส่งต่อหลายครั้งและเกิดความเครียดซ้ำ

ก่อนรับไก่ ควรตรวจสิ่งต่อไปนี้:

  • มีคอกกักแยกจากไก่เดิมหรือไม่
  • มีสัตวแพทย์หรือคลินิกที่รับสัตว์ปีกหรือไม่
  • สามารถจัดอาหารและน้ำสะอาดทุกวันได้หรือไม่
  • รั้วป้องกันสุนัข งู หนู และการลักลอบนำไก่ออกไปได้หรือไม่
  • มีแผนดูแลเมื่อผู้รับเลี้ยงเดินทางหรือเจ็บป่วยหรือไม่
  • ยอมรับได้หรือไม่ว่าไก่อาจไม่เข้าสังคมหรือไม่เชื่องเหมือนไก่บ้านทั่วไป

ในทางปฏิบัติ บ้านที่เงียบและมีพื้นที่พอดีอาจดีกว่าฟาร์มขนาดใหญ่ที่มีเสียงดังและไก่หนาแน่น การมีพื้นที่มากไม่ได้ชดเชยการขาดการสังเกต หากไก่หนึ่งตัวถูกไล่จิกทุกวัน ผู้ดูแลควรเพิ่มจุดอาหาร ที่หลบ และแนวกั้นสายตา ก่อนตัดสินใจรวมฝูงถาวร ส่วนการปล่อยไก่ที่เคยอยู่ในวงต่อสู้กลับสู่พื้นที่สาธารณะไม่ใช่ทางออก เพราะเสี่ยงถูกจับไปใช้ซ้ำหรือแพร่โรคแก่สัตว์ท้องถิ่น

Secure sanctuary coop with rescued roosters resting under shade, separated feeding stations, and clean dry bedding

เราจัดอันดับแนวทางเหล่านี้อย่างไร?

เราให้น้ำหนักความปลอดภัยทางการแพทย์ 40 เปอร์เซ็นต์ การลดความเครียด 25 เปอร์เซ็นต์ การป้องกันการถูกนำกลับไปต่อสู้ 20 เปอร์เซ็นต์ และความยั่งยืนของผู้ดูแล 15 เปอร์เซ็นต์ การรักษาฉุกเฉินจึงได้อันดับหนึ่ง เพราะความล่าช้าเพียงหนึ่งวันอาจเปลี่ยนแผลตื้นเป็นการติดเชื้อรุนแรง ส่วนการฟื้นฟูพฤติกรรมได้อันดับสองเพราะช่วยให้ไก่ใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องหวาดกลัวตลอดเวลา

เกณฑ์นี้ต่างจากการจัดอันดับตามความเร็วหรือค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด เพราะการช่วยเหลือสัตว์ไม่ควรวัดเพียงจำนวนไก่ที่รับมาได้ การรับ 20 ตัวแต่ไม่มีระบบกักแยก อาจสร้างความเสียหายมากกว่าการรับ 3 ตัวแล้วดูแลครบทุกขั้นตอน ศูนย์พักพิงควรใช้บันทึกสุขภาพรายตัว เช่น น้ำหนัก อัตราการกิน อาการทางเดินหายใจ และพฤติกรรมก้าวร้าว เพื่อประเมินผลอย่างเป็นธรรม

องค์การอนามัยสัตว์โลก หรือ องค์การสุขภาพสัตว์โลก ให้ความสำคัญกับการป้องกันโรค การเคลื่อนย้ายสัตว์อย่างเหมาะสม และสวัสดิภาพสัตว์ การดูแลไก่ที่ผ่านการช่วยเหลือจึงควรมองทั้งสุขภาพกายและความเสี่ยงของฝูง ไม่ใช่รักษาแผลภายนอกแล้วจบ

ความเข้าใจผิดที่ควรหยุด

  • “ไก่ที่เคยต่อสู้ต้องก้าวร้าวตลอดชีวิต” ไม่จริงเสมอไป พฤติกรรมเปลี่ยนได้เมื่อสภาพแวดล้อมปลอดภัย

  • “แผลหายแล้วก็รวมฝูงได้” ไม่เสมอไป ต้องประเมินโรคและพฤติกรรมก่อน

  • “ไก่แข็งแรงไม่ต้องพบสัตวแพทย์” ไก่อาจซ่อนอาการป่วยจนรุนแรงแล้ว

  • “ปล่อยออกไปคืออิสระ” หากพื้นที่ไม่ปลอดภัย การปล่อยอาจทำให้ถูกทำร้ายหรือถูกนำไปใช้ซ้ำ

  • “การฝึกเข้มช่วยให้เชื่องเร็ว” การบังคับเพิ่มความเครียดและอาจกระตุ้นการจิก

    เรียนรู้เพิ่มเติม

ควรเลือกแนวทางใดสำหรับไก่ที่พบ?

หากไก่มีเลือดออก เดินไม่ได้ หายใจผิดปกติ หรือไม่ตอบสนอง ให้เลือกการรักษาฉุกเฉินก่อนเสมอ หากแผลเริ่มคงที่แต่ไก่หลบหนี ก้าวร้าว หรือไม่ยอมกินเมื่อมีคนอยู่ใกล้ ให้เน้นการฟื้นฟูพฤติกรรม หากสุขภาพและพฤติกรรมดีขึ้นแล้ว จึงวางแผนบ้านถาวรโดยมีระบบกักแยกและผู้ดูแลสำรอง

เมื่อพบไก่ในพื้นที่เสี่ยง ให้ถ่ายภาพจากระยะปลอดภัย จดสถานที่และเวลา แล้วติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นหรือองค์กรช่วยเหลือสัตว์ อย่าเข้าไปในพื้นที่ต้องสงสัย อย่าซื้อไก่เพื่อ “ช่วย” จากผู้จัดวง และอย่าประกาศข้อมูลตำแหน่งศูนย์พักพิงต่อสาธารณะโดยไม่จำเป็น เพราะอาจทำให้สัตว์และผู้ดูแลตกอยู่ในอันตราย

คู่มือไก่ชนสามารถเป็นแหล่งความรู้เรื่องสายพันธุ์ การดูแล และกฎกติกาได้ แต่หลักสำคัญต้องชัดเจน: ความรู้ด้านไก่ไม่ควรถูกใช้เพื่อทำให้สัตว์บาดเจ็บ การช่วยเหลือที่มีคุณภาพคือการลดความเจ็บปวด ป้องกันการใช้ซ้ำ และให้ไก่มีชีวิตที่สงบกว่าวันก่อน

หากต้องการอ่านต่อ เชิญดู [Internal Link: กฎกติกาและสวัสดิภาพสัตว์ในสนามไก่ชน] และ [Internal Link: แนวทางจัดคอกไก่ให้ปลอดภัย]

Veterinarian examining a rescued rooster beside medical supplies, clean clinic room, calm professional atmosphere

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: การช่วยเหลือและฟื้นฟูไก่ชนหมายถึงอะไร?

ตอบ: การช่วยเหลือและฟื้นฟูไก่ชนหมายถึงการนำไก่ที่ได้รับบาดเจ็บหรือถูกใช้ในวงต่อสู้ออกจากความเสี่ยง รักษาสุขภาพ และจัดสภาพแวดล้อมปลอดภัยให้กลับมาใช้ชีวิตได้ การฟื้นฟูครอบคลุมการตรวจโรค การกักแยก การรักษาโภชนาการ และการปรับพฤติกรรม ไม่ใช่การฝึกให้กลับไปต่อสู้ ระยะเวลาฟื้นตัวอาจตั้งแต่หลายสัปดาห์จนถึง 6 เดือนหรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของบาดแผลและภาวะเครียด

ถาม: หากพบไก่บาดเจ็บควรเริ่มช่วยอย่างไร?

ตอบ: ควรลดการเคลื่อนย้าย ติดต่อสัตวแพทย์หรือหน่วยช่วยเหลือสัตว์ และแยกไก่ไว้ในกล่องสะอาดที่อากาศถ่ายเท หากมีเลือดออก ให้ใช้ผ้าสะอาดกดเบา ๆ ตามคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ห้ามกรอกน้ำ ห้ามใช้ยาคน และห้ามปล่อยรวมกับไก่เดิม บันทึกภาพบาดแผล เวลา และสถานที่พบไว้เพื่อช่วยให้ผู้รักษาประเมินได้เร็วขึ้น

ถาม: การฟื้นฟูไก่ชนต่างจากการเลี้ยงไก่ทั่วไปอย่างไร?

ตอบ: การฟื้นฟูไก่ชนต้องให้ความสำคัญกับบาดแผล ความกลัว โรคติดต่อ และความเสี่ยงจากการถูกนำกลับไปต่อสู้มากกว่าการเลี้ยงไก่ทั่วไป ไก่ที่ผ่านวงพนันอาจไม่ยอมให้จับหรือมีปฏิกิริยารุนแรงต่อเสียงและการเคลื่อนไหว การกักแยกอย่างน้อย 14 วันเป็นแนวทางเบื้องต้นที่ควรปรึกษาสัตวแพทย์ และการรวมฝูงต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป

ถาม: ทำไมไก่ที่แผลหายแล้วจึงยังไม่ควรเข้าฝูงทันที?

ตอบ: เพราะแผลภายนอกอาจหายก่อนโรคติดต่อและปัญหาพฤติกรรมจะหมดไป ไก่ที่ยังเครียดอาจถูกไล่จิกหรือทำร้ายไก่ตัวอื่นทันทีเมื่อรวมฝูง ควรตรวจสุขภาพและสังเกตการกินอาหาร การเดิน และการตอบสนองต่อคนก่อน จากนั้นใช้คอกตาข่ายให้เห็นกันโดยไม่สัมผัสเป็นเวลา 3–7 วัน แล้วจึงทดลองพบกันภายใต้การดูแล

ถาม: การรับเลี้ยงไก่ที่ได้รับการช่วยเหลือต้องมีค่าใช้จ่ายเท่าไร?

ตอบ: ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับบาดแผล โรค การตรวจสัตวแพทย์ อาหาร และโครงสร้างคอก จึงไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้กับทุกกรณี ผู้รับเลี้ยงควรเตรียมงบสำหรับการตรวจครั้งแรก ยา วัคซีน วัสดุปูพื้น และคอกกักแยกก่อนรับไก่ ค่าใช้จ่ายฉุกเฉินมักสูงกว่าค่าอาหารหลายเท่า จึงควรมีเงินสำรองและผู้ดูแลแทนอย่างน้อยหนึ่งคน

ถาม: หากไก่ยังดุและจิกคน ควรทำอย่างไร?

ตอบ: ควรเพิ่มระยะห่าง ลดเสียงและการเคลื่อนไหวเร็ว และหยุดการจับที่ไม่จำเป็นก่อน อย่าตี ตะคอก หรือใช้การฝึกบังคับ เพราะจะทำให้ความกลัวและการป้องกันตัวรุนแรงขึ้น ใช้อาหารวางเป็นจุดเดิมและให้ผู้ดูแลปรากฏตัวตามเวลาเดิมทุกวัน หากไก่พุ่งชนซ้ำหรือทำให้เกิดบาดแผล ควรขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ปีก

ถาม: คู่มือไก่ชนสนับสนุนการนำไก่กลับไปต่อสู้หรือไม่?

ตอบ: ไม่สนับสนุนการทำให้สัตว์บาดเจ็บหรือการนำไก่ที่ได้รับการช่วยเหลือกลับเข้าสู่วงต่อสู้ คู่มือไก่ชนมุ่งให้ข้อมูลเรื่องสายพันธุ์ การดูแล กฎกติกา และบริบทวงการอย่างรับผิดชอบ โดยให้สวัสดิภาพสัตว์เป็นข้อจำกัดหลัก การฟื้นฟูที่ประสบความสำเร็จควรจบด้วยชีวิตที่ปลอดภัย ไม่ใช่การเพิ่มความสามารถในการต่อสู้

การช่วยไก่หนึ่งตัวอาจไม่เปลี่ยนทั้งวงการในวันเดียว แต่การแยกมันออกจากความรุนแรง รักษาอย่างถูกต้อง และหาบ้านที่ปลอดภัย คือผลลัพธ์ที่วัดได้จริงครับ

ศึกษาข้อมูลการดูแลอย่างรับผิดชอบต่อได้ที่นี่

เรียนรู้เพิ่มเติม

ขอบคุณที่อ่าน

§

คู่มือไก่ชน · Editorial Archive

บทความที่เกี่ยวข้อง